ACADEMIC SERVICES MANAGEMENT SYSTEM

FACULTY OF SCIENCE AND TECHNOLOGY
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY THANYABURI (RMUTT)

Suchart Suebsam
66500452
2561- โครงการบริการวิชาการเพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชนและเศรษฐกิจเมืองใหม่พื้นที่ชุมชนบึงกาสาม ระยะที่ 4 อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โครงการย่อย “โครงการผลิตสารชีวภาพกำจัดโรคพืชและศัตรูแมลง”
ประเภทโครงการ :    ต่อเนื่อง
ประเภทการให้บริการ :    อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้
ผลผลิต :    ผลงานการให้บริการวิชาการ
ประเภททุน :    ประเภทให้เปล่า
งบประมาณ :    50,000.00
แหล่งงบประมาณ :    งบประมาณรายจ่าย
แหล่งทุน :    งบรายจ่ายอื่น
สถานะโครงการ :    ดำเนินการแล้วเสร็จ (ส่งรายงานแล้ว)   
วันที่เริ่มโครงการ :    31 มกราคม 2018
วันที่สิ้นสุดโครงการ :    29 มีนาคม 2018
วันส่งมอบงาน :   
เทคโนโลยี/นวัตกรรม/องค์ความรู้ที่นำไปใช้อบรมหรือถ่ายทอด :    การผลิตสารชีวภาพกำจัดโรค Trichoderma บนข้าวอินทรีย์หักนึ่งกึ่งสุกกึ่งดิบ
ภาพกิจกรรม :   

กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มเดิม
จำนวนกลุ่มเป้าหมาย :  30  คน
จำนวนผู้เข้าร่วม :   30   คน
กลุ่มเป้าหมายที่ตั้งกลุ่มเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วมประเภทกลุ่มเป้าหมาย
ชุมชนบึงกาสาม บึงกาสาม หนองเสือ ปทุมธานี 30ชุมชน

รายชื่อผู้มีส่วนร่วม :
ผู้มีส่วนร่วม หน้าที่
รศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ผู้รับผิดชอบโครงการ
รศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์วิทยากร
รศ.ดร.อัชฌาณัท รัตนเลิศนุสรณ์วิทยากร

ผลการดำเนินโครงการ
รูปแบบการบูรณาการ :
----------ไม่มีข้อมูล---------
ผลกระทบที่ได้รับจากโครงการ :
ด้านเศรษฐกิจ : ทำให้ผลิตภัรฑ์ข้าวที่ปลูกแบบอินทรีย์มีความปลอดภัย ได้รับมาตรฐาน GAP มูลค่าผลิตภัณฑ์สูงกว่าท้องตลาด และสามารถลดต้นทุน เหลือเพียง 2,185-2,760 บาท เพิ่มผลผลิตจาก 850 กิโลกรัมต่อไร่เป็น 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรจาก 8,500 บำทต่อเกวียนเป็น 35,000-40,000 บาทต่อเกวียน
ด้านสิ่งแวดล้อม : พื้นที่การเพาะปลูกไม่ใช้สารเคมี ทำให้ผลผลิตได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน GAP
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น : อนุรักษ์วิถีชีวิตการปลูกข้าวแบบดั้งเดิม
ผลลัพธ์ที่ได้รับจากโครงการ :
ยกระดับคุณภาพชีวิต/เพิ่มรายได้ : ชุมชนได้รับการถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตสารชีวภาพกำจัดโรค Trichoderma บนข้าวอินทรีย์หักนึ่งกึ่งสุกกึ่งดิบ ไว้ใช้ในการทำเกษตร โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและสภาพแวดล้อม ทำให้ผลิตภัรฑ์ข้าวที่ปลูกแบบอินทรีย์มีความปลอดภัย ได้รับมาตรฐาน GAP มูลค่าผลิตภัณฑ์สูงกว่าท้องตลาด และสามารถลดต้นทุนได้